.

เส้นทางแนะนำ

รูทการเดินทางผ่านถนนเพชรเกษมลงสู่ภาคใต้ของประเทศไทยบุกไปยัง ๔ จังหวัด ๔ ดินแดนแห่งพระธาตุศักดิ์สิทธิ์แดนใต้ ที่จะไปพาคุณท่องเที่ยวในสถานที่สุดพิเศษทั่วจังหวัดอย่างครบอรรถรส ตั้งแต่เช้าจรดเย็น รับประกันความประทับใจ ได้ทั้งอิ่มบุญ อิ่มใจในวันเดียว
  • เส้นทางแนะนำ ชุมพร
  • เส้นทางแนะนำ สุราษฎร์ธานี
  • เส้นทางแนะนำ นครศรีธรรมราช
  • เส้นทางแนะนำ พัทลุง
  • เส้นทางแนะนำ พัทลุง

    ทะเลน้อย

    ทะเลน้อย เป็นทะเลสาบน้ำจืด ตั้งอยู่ในตำบลนางตุง และตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง มีคลองนางเรียม ยาว 2 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างทะเลน้อยกับทะเลสาบสงขลา ทะเลน้อยได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย แต่ประชาชนมักเรียกกันว่า `อุทยานนกน้ำทะเลน้อย` ซึ่งนับเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย จุดเด่นที่น่าสนใจของทะเลน้อยคือล่องเรือชมทะเลบัว ชมวิวทัศนียภาพ จุดเด่นของการท่องเที่ยวทะเลน้อยคือล่องเรือชม “ทะเลบัวแดง” หรือ “ทะเลบัวสาย” พันธุ์บัวที่มีขึ้นอยู่มากที่สุด โดยในช่วงเช้าเหล่าบัวสายจะออกดอกสีแดงสดบานสะพรั่งเต็มท้องน้ำ ในบริเวณที่มีบัวชนิดนี้ขึ้นอยู่ ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันความงามคู่ทะเลน้อยที่อยู่คู่กันมาแต่ช้าแต่นาน อีกหนึ่งไฮไลต์คือ ชมนกหลากสายพันธ์ ซึ่งส่วนนกที่ทะเลน้อยจะมีให้ชมกว่า 287 นกน้ำ มีทั้งนกที่ประจำถิ่น และนกอพยพมาจากที่อื่นตามฤดูกาล เช่น นกกาบบัว นกกุลา นกอีโก้ นกระยาง นกกระสานวล นกกระสาแดง นกกาเล็กน้ำ นกแขวก นกเป็ดน้ำ ฯลฯ ซึ่งนกจะชุกชุมมากที่สุดในช่วงเดือนมกราคม

    พระมหาธาตุเจดีย์วัดเขียนบางแก้ว

    `พระมหาธาตุเจดีย์บางแก้ว เป็นโบราณสถานที่มีอายุกว่า 1,000 ปี การออกแบบเป็นเจดีย์ทรงลังกา ระฆังคว่ำ ที่ก่อสร้างโดยใช้แบบเดียวกับวัดเจดีย์พระมหาธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นปูชนียสถานที่เก่าแก่ที่สุดแห่งของจังหวัดพัทลุง ประดิษฐานอยู่ภายในวัดเขียนบางแก้ว เชื่อว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น สันนิษฐานว่าพื้นที่บริเวณวัดเขียนเป็นที่ตั้งของเมืองพัทลุงมาก่อน เพราะพบซากปรักหักพังของศิลาแลง และพระพุทธรูปมากมาย เช่น พระแก้วคุลา ศรีมหาโพธิ (ศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น) พระพุทธรูปสองพี่น้อง`

    คลองปากประ

    `คลองปากประ เป็นคลองที่สำคัญทางจังหวัดพัทลุง โดยเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของอำเภอควบขนุน ที่ไหลรวมมาจากลำน้ำสายต่างๆ มาบรรจบกันเป็นคลองปากประ แล้วไหลออกสู่ทะเลสาบสงขลา คลองปากประจึงเปรียบเสมือนเป็นประตูเชื่อมสำคัญของสายน้ำที่ใช้ทางการเกษตร และให้ปลาต่างๆได้ว่ายเข้าออก ทำให้บริเวณคลองปากประแห่งนี้กลายเป็นแหล่งชุมนุมของปลาและกลายเป็นแหล่งจับปลาที่สำคัญ โดยมีชาวบ้านได้ตั้งยอดักจับปลาเป็นจำนวนมาก เกิดเป็นทิวทัศน์ที่แปลกตา ในช่วงฤดูน้ำจะได้เห็นวิถีชีวิตการยกยอยักษ์ และดักจับสัตว์น้ำของชาวบ้านบริเวณนี้ นักท่องเที่ยวที่มาที่คลองปากประแห่งนี้มักนิยมมาในช่วงเช้าเพื่อดูทิวทัศน์พระอาทิตย์ขึ้นกับยอยักษ์ เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักถ่ายภาพเพราะที่คลองปากประมีมุมให้ถ่ายภาพมากมาย นักท่องเที่ยวสามารถพักที่บริเวณทะเลน้อยแล้วเดินทางมาที่คลองปากประในตอนเช้าหรือพักที่รีสอร์ทตรงบริเวณคลองปากประนี้ก็ได้เช่นกัน พื้นที่บริเวณคลองปากประนี้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำหรือที่เรียกว่า Ramsar Site มีความสำคัญคือเป็นแหล่งป่าพรุขนาดใหญ่แหล่งสุดท้ายของจังหวัดพัทลุง นอกจากชมวิถีชีวิตชาวบ้านของคลองปากประแล้วที่บริเวณใกล้ๆกันก็มีสวนพฤกษศาสตร์พัทลุงให้ชมป่าเสม็ดขาวที่มีบรรยากาศคล้ายป่าอเมซอนอีกด้วย`

    วังเจ้าเมืองพัทลุง

    วังเจ้าเมืองพัทลุงหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “วังเก่า-วังใหม่” เนื่องจากมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนคือ วังเก่าและวังใหม่ ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ในอดีตเคยถูกใช้เป็นที่ว่าราชการและเป็นที่พักอาศัยของเจ้าเมืองพัทลุง แต่ในปัจจุบันทายาทตระกูล “จันทโรจวงศ์” ซึ่งเป็นตระกูลของเจ้าเมืองพัทลุงผู้สร้างวังนี้ขึ้นมาได้มอบวังนี้ให้เป็นสมบัติของชาติ และกรมศิลปากรซึ่งได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานวังเก่า วังเจ้าเมืองพัทลุง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัดพัทลุง วังเก่าเป็นวังเจ้าเมืองพัทลุง คือ พระยาอภัยบริรักษ์ (น้อย จันทโรจน์วงศ์) สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น สภาพปัจจุบันเป็นเรือนไทยภาคใต้ผสมภาคกลาง มีเรือนไทยทรงไทยแฝดอยู่ตรงกลาง ส่วนวังใหม่อยู่ทางทิศใต้ติดกับชายคลองลำปำ เป็นกลุ่มเรือนไทย 5 หลัง แบ่งเป็นเรือนนอนและเรือนครัว เรือนทุกหลังสร้างด้วยไม้แบบเรือนไทยโบราณ นอกจากนี้บริเวณวังเจ้าเมืองยังมีศาลาไทยริมน้ำและเรือพัทลุง ซึ่งเป็นเรือเก่าสมัยรัชกาลที่ 5 วังเจ้าเมืองพัทลุงตั้งอยู่ที่ ถนนอภัยบริรักษ์ หมู่ที่ 4 ตำบลลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ส่วนการเดินทาง เดินทางจากศาลากลางจังหวัดพัทลุงไปทางทิศตะ

    สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

    ` “สะพานแห่งความสุข” หรือสะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา คนในพื้นที่บอกว่าเดิมถนนเส้นนี้ชื่อว่า ถนนสายบ้านไสกลิ้ง-บ้านหัวป่า สมัยก่อนเป็นทางลูกรัง ซึ่งต้องปิดซ่อมบ่อยในช่วงน้ำหลาก จังหวัดจึงลงทุนสร้างใหม่ ช่วงนั้นนักร้องดัง เอกชัย ศรีวิชัย มาเล่นคอนเสิร์ตช่วยระดมทุนเพื่อสร้างสะพาน คนจึงเรียกสะพานนี้ว่า สะพานเอกชัย สะพานนี้ทอดยาวบนทะเลน้อย เชื่อมระหว่างอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง และอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา หลังสร้างเสร็จ สะพานนี้กลายเป็นเจ้าของสถิติสะพานยาวที่สุดในไทย แทนที่สะพานติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา มีบริเวณชุมชนใกล้เคียง เช่น อุทยานนกน้ำทะเลน้อย ซึ่งมีทั้งร้านค้า ตลาดโต้รุ่ง และทางเดินศึกษาธรรมชาติน่าถ่ายรูป สะพานไม่ค่อยมีรถ ส่วนใหญ่คนมาขับรถชมวิวมากกว่า บรรยากาศบางช่วงคล้ายสถานตากอากาศบางปู ในทะเลน้อยยังเป็นไม่กี่สถานที่ที่เราได้เห็นควายน้ำ และนกน้ำท้องถิ่นในย่านนี้`

    หาดแสนสุขลำปำ

    `หาดแสนสุขลำปำ ตั้งอยู่ที่ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 7 กิโลเมตร หาดแสนสุขลำปำเป็นหาดทรายที่มีทิวสนร่มรื่นริมฝั่งทะเลสาบสงขลา เมื่อมองไปด้านหน้าจะเห็นทิวทัศน์ของทะเลสาบสงขลา มีเกาะน้อยใหญ่เรียงรายสวยงาม สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนได้ไม่น้อย ที่นี่ไม่เพียงแต่จะมีธรรมชาติที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่มีประวัติศาสตร์ ที่ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จมาประทับแรมอีกด้วย ปัจจุบันจังหวัดพัทลุงได้พัฒนาพื้นที่บริเวณนี้ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ จนกลายเป็นที่นิยมของนักทัศนาจรต่างถิ่น รวมไปถึงชาวเมืองพัทลุงเอง เมื่อเดินทางเข้าสู่พื้นที่หาดแสนสุขลำปำ สิ่งแรกที่จะได้พบคือ พระราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ในฉลองพระองค์โจงกระเบน ประดิษฐานเด่นเป็นสง่าอยู่ริมชายฝั่งด้านซ้ายมือ ตรงเข้าไปอีกหน่อย หากสังเกตทางด้านขวามือก็จะเห็น รูปมโนราห์ ตั้งอยู่ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักในฐานะที่เป็นศิลปะการแสดงที่มีชื่อเสียงของจังหวัดพัทลุง และเมื่อไปต่อจนเกือบสุดทางก็จะพบกับ ลานน้ำพุ ที่ประดับด้วยรูปปั้น “โลมาอิรวดี” และ “ปลาลำปำ” อันเป็นปลาสำคัญของทะเลสาบสงขลา จากจุดนี้สามารถมองเห็นศาลากลางน้ำที่เรีย